“League of Gods สงครามเทพเจ้า” หนังที่ใช้ทุนสร้างสูงที่สุดเรื่องหนึ่งของจีน แผ่นดินใหญ่แห่งปี 2016 ด้วยตัวเลข 300 ล้านเหรียญฮ่องกง และเต็มไปด้วยทีมเทคนิคพิเศษฝีมือระดับโลกจากต่างประเทศ เพื่อเนรมิตรการสร้างสรรค์งานที่สุดแสนอลังการด้านภาพในจินตนาการกับศึกของเหล่าทวยเทพ โดยผู้กำกับศิลป์ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ วิลเลียม จาง หรือผู้กำกับภาพมากประสบการณ์ อาร์เธอร์ หว่อง จัดทัพนักแสดงดังล้นจออาทิ หลี่เหลียนเจี๋ย, แจ็คกี้ หวง, ฟ่านปิงปิง, เหลียงเจียฮุย, กู๋เทียนเล่อ, หวงเสี่ยวหมิง, แอนเจลาเบบี้ และ เหวินจาง ซึ่งยกกองถ่ายทำในปักกิ่งและผสมผสานความดราม่า ศิลปะการต่อสู้ ความรักและเวทมนตร์ เล่าเรื่องของจีเล่ย ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากเผ่าพันธุ์ปีก ขณะที่เขาเผชิญหน้ากับปีศาจและพลังเหนือธรรมชาติ เพื่อรื้อฟื้นพลังเวทมนตร์ที่เขาได้รับจากพ่อแม่ผู้ถูกสังหารก้าวสู่นักรบแห่งแสง ในการร่วมงานกับนักแสดงและทีมงานชาวจีนระดับแนวหน้า และ บริษัท โพสต์ โปรดักชั่น ในกว่า 12 ประเทศ ไชน่า สตาร์ สตูดิโอ ได้สรรค์สร้างโลกที่เจิดจรัสด้วยจินตนาการ วีรกรรม และ ความหวังขึ้นมา โดยอาเธอร์กล่าวว่า
“ผมกับวิลเลียมเห็นพ้องต้องกันที่จะนำหนังเรื่องนี้ไปให้พ้นจากบริบททางประวัติศาสตร์เพื่อออกแบบสถานการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าและมีภาพที่น่าตื่นตะลึงกว่า นอกจากนั้น เรายังสาบานที่จะหลีกหนีจากความมืดหม่น หนักหน่วง ในแบบที่หนังแนวนี้มักใช้กัน ด้วยการห้ามใช้สีดำทั้งกับชุด อาร์ตเวิร์คและฉากเพื่อเราจะสามารถสร้างบรรยากาศที่สดใสมากขึ้นให้กับหนังเรื่องนี้ได้ แทนที่จะมองข้อมูลอ้างอิงเรื่องเครื่องแต่งกายจากยุคสมัยในประวัติศาสตร์ เราได้ผสมผสานคอนเซ็ปต์ไฮแฟชันเข้ากับภาพต่างๆ จากธรรมชาติ เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการออกแบบและสร้างเท็กซ์เจอร์ออริจินอล และรูปทรงที่ไม่เหมือนใครขึ้นมาจะต้องอาศัยการทดลองหลายต่อหลายครั้ง เราถึงขนาดทดลองใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ภาพ 3D ในตอนแรก แต่วิลเลียมก็คิดว่ามันสม่ำเสมอเกินไป ความไม่สมบูรณ์แบบเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเขาอยากให้เครื่องแต่งกายมีความเป็นธรรมชาติและความสมจริง เพื่อเพิ่มความรู้สึกที่เป็นมนุษย์มากขึ้น สุดท้ายเราก็เลยทอผ้าและเย็บเสื้อผ้าขึ้นมาด้วยมือ ทีมงานที่เก่งมากๆ กว่า 200 ชีวิตในแผนกเครื่องแต่งกายที่ปักกิ่งของเราได้ทำการร้อยลูกปัด ทอผ้าและสร้างชุดเกราะทั้งหมดขึ้นมา มันต้องใช้การปรับเปลี่ยนหลายครั้งกว่าจะได้ผลลัพธ์สุดท้าย แต่เราก็มาถึงจุดที่สไตล์การออกแบบและเท็กซ์เจอร์ของมันไม่เหมือนใครจริงๆ เนื่องด้วยความคิดสร้างสรรค์และความละเอียดลออของวิลเลียมน่ะครับ สำหรับโลเกชันเราได้สำรวจสถานที่ที่เป็นไปได้หลายที่ ซึ่งรวมถึงฮ่องกง กวางโจวและปักกิ่ง เราตัดสินใจเลือกปักกิ่งเพราะต้องใช้ฉากและซาวน์สเตจขนาดใหญ่ League of Gods เป็นงานสร้างที่ต้องใช้ซาวน์สเตจเกือบทั้งหมดของปักกิ่งตลอดระยะเวลาเกือบ 9 เดือนของการถ่ายทำ เราต้องสร้างฉากกว่า 50 ฉาก มีทั้งพระราชวัง ป้อมปราการที่คุมขังไปจนถึงสวนเวทมนตร์ ถ้ำและหุบเขา ความซับซ้อนของตารางการทำงานของนักแสดงทำให้หลายๆ ฉากจะต้องพร้อมในเวลาเดียวกัน เมื่อเราใช้ CGI มาช่วยเรื่องของการถ่ายทำ บางส่วนของฉากที่เราไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้จริงๆ ก็จะถูกสร้างขึ้นหรือถูกเสริมแต่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล และหนึ่งในความท้าทายแรกๆ ด้านการออกแบบของเราคือ การสร้างปีกสำหรับจีเล่ย ตัวละครเอกของเรา ปีกนี้จะเป็นคำนิยามสำหรับลักษณะพิเศษของโลกที่เราจินตนาการขึ้นมาใหม่ ดังนั้นถ้าเราสร้างมันได้อย่างเหมาะสมล่ะก็ มันก็จะเป็นการปูพื้นฉากนั้นๆ อย่างถูกต้อง ระหว่างที่เราพัฒนาปีกของเขาขึ้นมา ผมก็บังเอิญเจอกับคอนเซ็ปต์ของคำว่า “แนวคิดการเลียนแบบธรรมชาติ” ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับผมตลอดกระบวนการการออกแบบ มันเป็นวิธีที่ใช้กันในแวดวงสถาปัตยกรรมและการออกแบบที่จะเลียนแบบองค์ประกอบและความเฉลียวฉลาดจากธรรมชาติ เพื่อแก้ปัญหาของมนุษย์ได้อย่างสง่างาม ผมให้อนิเมเตอร์ของผมศึกษากายภาพของนกและแมลง หรือกระทั่งอุ้งเท้าของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เพื่อที่จะได้เข้าใจโครงสร้างกระดูกและเซลล์ต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นและนำมาปรับใช้กับปีกของจีเล่ยได้ ในการทำให้โลกของเราสมจริงยิ่งขึ้น เรายังต้องพิจารณาว่าแหล่งพลังงานหลักของมันมาจากไหน เรารู้ว่าเราไม่สามารถจะใช้เชื้อเพลิงจากซากฟอสซิลมาส่องสว่างให้กับโลกใบนี้ หรือมาเป็นเชื้อเพลิงให้กับยานพาหนะและเรือบินได้ เราก็เลยคิดไอเดียของพลังงานจากคริสตัล ซึ่งตามการค้นคว้าของเราพบว่ามันเป็นแหล่งพลังงานให้กับอารยธรรมแอตแลนติสที่สาบสูญไปน่ะครับ”