“วิลล์”ชวนเพื่อนนักแสดงดังมอบความสุขท้ายปีใน“Collateral Beauty”



 

New Line Cinema ร่วมกับ Village Roadshow Pictures ขอเสนอผลงานการสร้างโดย Anonymous Content/ Overbrook Entertainment, PalmStar Media และ Likely Story เรื่อง “Collateral Beauty” ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดจำหน่ายโดย Warner Bros. Picturesในเครือ Warner Bros. Entertainment และจัดจำหน่ายในบางพื้นที่โดย Village Roadshow Pictures   ซึ่งเป็นผลงานจากผู้กำกับรางวัลออสการ์ เดวิด แฟรงเคิล นำแสดงโดยทีมดาราชั้นนำ ได้แก่ วิลล์ สมิธ (“Suicide Squad”, “Concussion”), เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน (“Birdman or [The Unexpected Virtue of Ignorance]”), เคียร่า ไนท์ลีย์ (“The Imitation Game”), ไมเคิล พีน่า (“The Martian”), นาโอมี่ แฮร์ริส (“Spectre”), เจค็อบ ลาติมอร์ (“The Maze Runner”) ร่วมด้วยนักแสดงผู้ชนะรางวัลออสการ์ เคท วินสเลต (“The Reader”, “Steve Jobs”) และ เฮเลน เมียร์เรน (“The Queen,” “Trumbo”)  บทภาพยนตร์โดย อัลลัน โล้บ (“Wall Street: Money Never Sleeps”, “21”) อำนวยการสร้างโดย บาร์ด โดร์โรส (“Triple 9”), ผู้ชนะรางวัลออสการ์ ไมเคิล ชูการ์ (“Spotlight”), โล้บ, แอนโธนี เบรกแมน (“Foxcatcher”) และ เควิน เฟรคส์ (“John Wick”) โดยมี โทบี เอ็มเมอริช, ริชาร์ด เบรเนอร์, ไมเคิล ดิสโก, ไมเคิล เบเดอร์แมน, ปีเตอร์ ครอน และบรูซเบอร์แมน รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร  โดย  เดวิด แฟรงเคล ผู้กำกับกล่าวถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า

               “ภาพยนตร์ Collateral Beauty รวบรวมทีมนักแสดงชั้นนำมาอยู่ในหนังเรื่องนี้ทั้ง วิลล์ สมิธ, เคท วินสเลต, เฮเลนเมียร์เรน, เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน, เคียร่า ไนท์ลีย์, ไมเคิล พีน่า, นาโอมี่ แฮร์ริส, เจค็อบ ลาติมอร์ ฯลฯ โดยเราส่งบทออกไป ซึ่งเป็นเหมือนบัตรเชิญให้นักแสดงมาเล่นหนังเรื่องนี้ได้อย่างดี แล้วก็โชคดีที่เราได้ วิลล์ สมิธ มารับบทเป็น ฮาวเวิร์ด อยู่แล้วด้วย  ในแง่หนึ่งมันก็เหมือนมีหนังสองเรื่องอยู่ในเรื่องเดียวกันคือ มีทั้งเรื่องของฮาวเวิร์ด แล้วก็เรื่องของผู้บริหารคนอื่นๆ ในบริษัทของฮาวเวิร์ด ในการคัดเลือกนักแสดงคนอื่นๆ ตอนแรกก็มีแนวความคิดทำนองว่า ‘อ้อ คุณมีวิลล์แล้วนี่ อย่างนี้คุณก็หานักแสดงอินดี้เก๋ๆ มาได้ตามใจเลย’ แต่ผมไม่อยากให้ผู้ชมเอาแต่รอที่จะกลับไปหาวิลล์ในบทฮาวเวิร์ด เพราะฉะนั้นผมก็เลยตั้งใจค้นหานักแสดงฝีมือดีระดับแถวหน้าเท่าที่เราจะทำได้ในทุกๆ บทครับ  เจค็อบ ลาติมอร์เป็นคนแรกที่เข้ามาทดสอบบทแรฟฟี ซึ่งเป็นตัวแทนของเวลาให้ฮาวเวิร์ด ในฐานะผู้กำกับ ผมเองก็รู้สึกว่าเราน่าจะลองดูคนอื่นๆ ที่มาทดสอบบทนี้ด้วย แต่ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็คิดว่า ‘ทำไมล่ะ’ เจค็อบรับบทนี้ได้ลงตัวอยู่แล้ว และสุดท้ายก็ไม่มีใครอื่นที่จะดีไปกว่านี้   ช่วงเวลาถ่ายทำ ผมอาจจะพูดว่า‘เอาล่ะ ทุกคน ถึงเวลาจริงจังแล้วนะ เราถ่ายฉากจริงจังกันอยู่’ แต่วิลล์ก็จะให้ฝ่ายเสียงช่วยต่อลำโพง แล้วเขาก็จะร้องแร็พและร้องเพลงละครมิวสิคัลระหว่างเทคหรือระหว่างเปลี่ยนฉาก เขาเล่นตลกกับคนทั้งกองถ่ายครับ มีวันหนึ่งเรากำลังถ่ายทำฉากที่ต้องแสดงอารมณ์หนักหน่วง โดยวิลล์เล่นกับนาโอมี่ แฮร์ริส และเขาก็สนุกซะเต็มที่เลย ต้องชมนาโอมี่นะครับที่เธอไม่เสียสมาธิเลย ทุกคนสนุกสนานเฮฮากันอยู่แล้วพอเริ่มฉากปุ๊บ กล้องเดินแล้วทั้งคู่ก็สวมบทบาทและเล่นกันสุดฝีมือ เป็นภาพที่น่าประหลาดจริงๆ เลยล่ะครับ [หัวเราะ]

แต่เดิมผมคิดคำเรียกหนังเรื่องนี้ขึ้นมาว่า ‘หนังดราม่าชวนหัว’ วิลล์ไม่เคยพลาดโอกาสที่จะสร้างความตลกครับ เขาพบความขำขันในทุกๆ ช่วงและถ่ายทอดมันออกมา ตัวอย่างเช่น มีฉากหนึ่งซึ่งแคลร์ ตัวละครที่ เคท วินสเลตรับบท กล่าวกับฮาวเวิร์ดว่า ‘เราอยากให้คุณเข้าประชุมนะ’ แล้วเขาก็ทำตัวแข็งทื่อไปเลย และคุณก็หัวเราะออกมา เพราะท่าทางที่เขาแสดงออก มันเป็นความสบายๆ ตามธรรมชาติของเขาครับ  ผมหวังว่าผู้ชมจะพูดว่า ‘นี่เป็นหนังที่มีเอกลักษณ์แตกต่างอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และมันทำให้คุณรู้สึกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนด้วย’ ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ คุณจะไม่เห็นการขับรถไล่ล่ากัน คุณจะไม่เห็นคนกระโดดออกจากตึก คุณจะไม่เห็นใครฆ่าก็อบลินไป 17 ตัว สิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นใน Collateral Beauty แต่เราจะให้ประสบการณ์ที่ซาบซึ้งเต็มอิ่มและสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ประสบการณ์นี้จะพาคุณออกจากเรื่องราวเดิมๆ ในชีวิตประจำวัน และเปิดประเด็นให้คุณมีเรื่องได้พูดคุยครับ”

                ด้าน เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน หนึ่งในนักแสดงกล่าวว่า

               “โทบี เอ็มเมอริช ซึ่งทำค่าย New Line อยู่ โทรมาหาผมและบอกว่าเขาจะทำหนังเรื่องนี้ออกมาในช่วงเทศกาล ผมตอบไปว่าเขาติดต่อมาผิดคนแล้วล่ะ เพราะผมไม่ได้อยากเล่นหนังเทศกาลตามแบบฉบับอะไรพวกนั้น แต่เขายืนยันให้ผมลองดูบทก่อน เพราะมันทำให้เขานึกถึงหนังอย่าง It’s a Wonderful Life ผมก็คิดว่า ‘โอ้โห ถ้าอ้างถึงขั้นนั้นก็ไม่ใช่เล่นๆ นะ…’   อันที่จริงผมตั้งต้นอ่านบทโดยตั้งใจจะสลัดความคิดที่มีต่อหนังเทศกาลอยู่แล้ว แต่ผมก็ประหลาดใจที่มันตรงใจผมครับ ผมชอบที่พล็อตเรื่องหักเหไปทำให้มันเหนือกว่าเรื่องราวแบบสมจริงล้วนๆ ผมว่าต้องอาศัยการวางโทนให้สมดุลถึงจะนำเสนอเรื่องราวแบบนี้ออกมาได้ดี แล้วผมก็ชอบความท้าทายซะด้วยสิ [หัวเราะ]  หนังเรื่องนี้มีศักยภาพที่จะเป็นเรื่องราวตลกชวนหัวเหมือนกับหนังฮอลลีวู้ดยุคก่อน ขณะเดียวกันก็มีช่วงเวลาที่ซาบซึ้งกินใจ ผมคิดว่าบทหนังเรื่องนี้ฉลาดมากและมีความเป็นจิมมี สจ๊วร์ตอยู่ในตัวละครวิทที่ผมรับบท  เป็นเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งต่างเชื่อมโยงเข้าด้วยกันและผูกพันกันมานาน แต่ทุกคนต่างต้องเผชิญกับความวิตกกังวลหรือปัญหาแตกต่างกันไป และต่างก็อยู่ในจุดแตกหักในแง่ใดแง่หนึ่ง สำหรับผมแล้ว Collateral Beauty เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่คุณอาจหลงลืมสิ่งสำคัญที่สุดไปเมื่อปัญหาต่างๆ ประดังประเดเข้ามา และคุณก็ต้องฝ่าฟันปัญหานั้นพร้อมกับมุ่งความสนใจไปยังแง่มุมสำคัญของชีวิตด้วย”

                และสุดท้าย วิลล์ สมิธ ผู้รับบทตัวละครหลัก ‘ฮาวเวิร์ด’ ชายผู้จมอยู่กับความเศร้า กล่าวว่า   “แนวคิดเกี่ยวกับความงดงามในความเศร้านั้นกระทบใจเราทุกคน ไม่ว่าคุณต้องเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากแค่ไหน ก็จะมีสิ่งที่พิเศษเกิดขึ้นควบคู่กันไปด้วย เพียงแต่ว่าคุณต้องมองหาถึงจะเห็น”  เขากล่าวถึงหนังเทศกาลสุดคลาสสิก ‘It’s a Wonderful Life’ ว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่เขาชอบและเป็นแรงบันดาลใจให้เขาใน “Collateral Beauty”  วิลล์เสริมว่า  “นักแสดงหลายคนที่เดวิดติดต่อไปตอบตกลงทันที เพราะเราทุกคนต่างก็เข้าใจประเด็นนี้ เราทุกคนอยากเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดเรื่องนี้สู่จอภาพยนตร์”